[MS] สอบสัมภาษณ์

posted on 22 May 2013 10:24 by triplesix in CS

 

 
เอนทรี่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงเรียนลูกบาศก์

 

========================================

คำพูดของพู่กัน (เพื่อให้ง่ายต่อการแยกแยะ) : สีน้ำเงิน 

 

วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2556 ช่วง 9.00 - 15.00 น.

 

 

ผู้สอบสัมภาษณ์

พันธุกฤตย์ อินทรสูต (พู่กัน)

 

 

ผู้ถูกสัมภาษณ์ (ตามลำดับ) 

แพรอรุณ ดารามณี (พี่เท็น) รุ่น 4

อาเนช ศรีสุวรรณ  (ครูโอ) สอนสังคม ม.6

มงคล ชัยมงคล (พี่ม่ง) รุ่น 5 

แกล้วกล้า อนันตกาล (พี่กล้า) พนักงานถ่ายเอกสาร

 

 

วันที่ 15 มีนาคม 2556

 

          วันนี้เป็นวันสอบสัมภาษณ์ ผมรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย เพราะมันดูไม่เหมือนการสอบสัมภาษณ์แบบปกติทั่วไปอย่างที่ผมเคยรู้จักซึ่งมักจะมีคนสัมภาษณ์นั่งอยู่หลาย ๆ คน แล้วก็รุมยิงคำถามใส่คนถูกสัมภาษณ์ แต่การสอบสัมภาษณ์ของที่นี่ กลับให้ผมเป็นฝ่ายไปสัมภาษณ์เสียเอง... ก็แปลกไปอีกแบบ อาจจะดีกว่าแบบที่รู้จักมาตลอดก็ได้ เสียอยู่อย่างเดียวคือคิดคำถามที่จะต้องไปถามคนอื่นเขาไม่ออกนี่สิ

          เมื่อคืนผมก็มัวแต่คุยกับเฮียคิงถึงเรื่องนี้จนดึกดื่น เฮียยังดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจเหมือนเช่นเคย แข็งแกร่งสมเป็นเฮีย เวลา 10.00 น. ผมดูนาฬิกาเมื่อมองเห็นรั้วโรงเรียนอยู่ตรงหน้า เอ่ะ..เขาให้เริ่มตั้งแต่ 9 โมงแล้วนี่หว่า มิน่าล่ะเฮียถึงได้รีบมาขนาดทิ้งผมที่ตื่นสายโด่เด่เอาไว้เลย ทั้งที่ปกติจะรอไปพร้อมกันแท้ ๆ พอรู้สาเหตุผมก็รีบตรงดิ่งเข้าโรงเรียนไปพร้อมกับที่มือก็ควักเอากระดาษทดขยุกขยุยกับปากกาแลนเซอร์หัวแหลมเปี๊ยบออกจากกระเป๋าเป้ มาเสียบไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายเพื่อให้สะดวกต่อการหยิบฉวยแทน

 

          เวลา 10.10 น. ทางเดินข้างสนามฟุตบอล

 

          “ว้ายยยย !” พลั่ก ! เสียงของหนักกระทบพื้นผสมผสานกับเสียงหวีดร้องดังมาจากใกล้ ๆ ทำให้ผมหันขวับกลับไปหาต้นเสียง แล้วก็ได้พบกับเด็กสาวนั่งจับกบอยู่กับพื้นหนึ่งคน ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ต้องเข้าไปดูหน่อยล่ะ แต่

          “เป็นอะไรรึเปล่า” ผมถาม หมายใจจะยื่นมือไปช่วยฉุดดึงขึ้นมา ทว่า...

          “มัน..มัน...มันเกาะเราอยู่รึเปล่า” เธอถามผมด้วยน้ำเสียงสั่นระรัวหน้าซีด ๆ แล้วเริ่มหันซ้ายหันขวาแบบคนผวาว่ามีตัวอะไรมาเกาะ

          ผมเห็นตัวการแล้วล่ะ ‘ต้วม ๆ เตี้ยม ๆ ออกมาจากไข่ เจ้าหนอนตัวใหญ่ลูกใครกันหนอ กระดึ๊บ ๆ ไป กระดึ๊บ ๆ มา’ นี่เอง มันจะไม่เป็นอะไร ถ้ามันไม่ได้กระดึ๊บอยู่บนศีรษะของเด็กผู้หญิงน่ะนะ ใครใช้ให้มันขึ้นไปอยู่บนนั้นเนี่ย น่าตีจริง

          “กรี๊ด ! อะ....เอามันออกไปที เอาออกไป ๆ” พอมือที่คลำหาความผิดปกติแตะไปโดนตัวหนอนน้อยเข้า เธอก็หลับหูหลับตาหวีดร้อง ตัวแข็งทื่อ ...ก็ต้องผมแหละ เข้าไปหยิบออก มียืนจ๋องอยู่คนเดียวนี่

          ผมหยิบหนอนผีเสื้อตัวน้อยออกจากหัวของเธอในขณะที่มันกำลังจะไต่เข้าสู่โซนหางม้าพอดี แล้วหันไปวางไว้บนกิ่งไม้แทน มันก็ไต่กระดึบ ๆ ของมันต่อไป แล้วผมก็ช่วยฉุดมือเธอลุกขึ้นยืน

          “ขอบคุณนะ ถ้าไม่ได้เธอ เราแย่เลยล่ะ...บู้ น่ากลัวจะแย่” เธอยู่ปากทำท่าสะพรึง... ดูน่ารักดีนะ อาจจะเพราะเธอหน้าเล็ก ๆ ตัวเล็ก ๆ แล้วก็ขาว ๆ ด้วยล่ะมั้ง

          “ไม่เป็นไร แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงมีหนอนน้อยมาแอ้งแม้งอยู่บนหัวได้ล่ะ” ผมหัวเราะขำจนเธอทำแก้มป่องพองลมใส่

          “ก็เราเห็นรังนกอยู่บนต้นไม้นู้น เราเลยปีนต้นไม้ไปแอบดู แล้วไม่รู้หนอนจากไหนมันก็หล่นลงมาใส่ เรานี่ตกใจจนตกต้นไม้เลย เจ็บจัง” เธอเล่าเป็นฉาก ๆ แล้วก็จบด้วยว่า “ก้นระบมเลยน้า”

          สงสารดีไหมเนี่ย ซนนัก ใครเขาให้ใส่กระโปรงปีนต้นไม้กัน ...แต่... นี่มันไม่เกี่ยวกับกระโปรงนี่หว่า

          “ไหวเปล่า เราพาไปห้องพยาบาลไหม” ว่าไปนั่น ห้องพยาบาลมันอยู่ส่วนไหนยังไม่รู้เลย

          “มะ...ไม่เป็นไร ๆ เจ็บเดี๋ยวเดียวก็หายแล้วล่ะ” เธอยิ้มแหะพูด

          “ไหวแน่นะ เธออย่าให้เราต้องหามเธอส่งทีหลังนา” ผมยิ้มพลางหยอกเอินเธอเล็กน้อย

          “อื้อหือ... เราแค่เจ็บก้น ไม่ได้กระเทือนยันอวัยวะภายในจ้ะ ยังไม่ถึงขั้นต้องหามหรอก” เธอปั้นหน้ามุ่ยรับมุก แต่แล้วก็หัวเราะออกมา จะว่าไปยังไม่รู้ชื่อแซ่กันเลยนี่นะ

          “เราชื่อพู่กัน เธอชื่ออะไรเหรอ” ถามก่อนก็แล้วกัน

          “เราชื่อเท็นนะ ชื่อจริงชื่อ แพรอรุณ ดารามณี จะขึ้นม.6 แล้วล่ะน้า” มาซะเต็มยศเลย...เห้ย หูฝาดรึเปล่า

          “เธออยู่ม.6 แล้วเรอะ” ผมว่าหน้าผมเหวอมากแหงแซะ “โอ๊ย นึกว่ารุ่นเดียวกันซะอีก”

          “ฮี่ เนียนใช่ไหมล่า สอบสัมภาษณ์กับเราไหมพู่กัน” พี่เท็นกระหยิ่มยิ้มย่องใหญ่ คิดว่าแกล้งผมได้เหรอ โธ่ คอยดูเถอะ โดนแกล้งบ้างแล้วจะหนาว

          “เอาสิ ได้ใช่ไหม” ผมถามย้ำอีกทีเพื่อความแน่ใจ ส่วนพี่เท็นน่ะเหรอ...โน่น จ้ำไปโน่นแล้วครับ

          “ได้สิ แต่เราว่าเดินไปคุยไปดีกว่า จะได้ออกกำลังด้วย” ...ไม่เจ็บก้นแล้วเหรอพี่

          “โห ยังจะคึกอีก เพิ่งเจ็บตัวมาแท้ ๆ” ผมท้วงแล้วแซวต่อ “แก่แล้วใช้งานร่างกายถนอม ๆ หน่อยสิครับ”

          “ฮึ มาหาว่าเราแก่ เดินตามเราให้ทัน อย่าให้แพ้คนแก่แล้วกัน....ฮ่า ๆ” ....‘แคช มี อิฟ ยู แคน’

          เราเดินตามกันไปจนถึงอาคารที่เขียนเลข 4 ตัวเป้งนั่นล่ะ พี่เท็นถึงได้หยุดรอให้ผมก้าวเดินไปเคียงข้าง

 

          เวลา 10.30 น. อาคาร 4 อาคารเรียนม.4 – ม.6

 

          “เท็นเรียนสายอะไรอ่ะ” เพราะไม่ได้เรียกพี่ตั้งแต่แรก จะเรียกพี่ตามหลังก็ไม่ค่อยชิน แล้วท่าทางพี่เท็นก็ไม่น่าจะซีเรียสนัก ผมจึงลองคุยต่อไปเหมือนตอนแรกที่เราคุยกันอย่างเพื่อน 

          “วิทย์-คณิตจ้า” พี่เท็นตอบเสียงร่าเริง ขาก็ก้าวเดินขึ้นบันไดอาคารไป เธอแนะนำว่าที่นื่คืออาคารเรียนที่ทั้งผมและเธอต้องร่ำเรียนกัน จากนั้นก็พาผมเดินขึ้นตึกไปตามชั้นต่าง ๆ พร้อมกับแนะนำให้รู้ว่าชั้นไหน ปีอะไร ห้องน้ำอยู่ตรงไหนต่าง ๆ นานา ในระหว่างนั้นผมก็สัมภาษณ์ของผมไปพลาง ๆ ด้วย

          “ปกติเวลาสอบสัมภาษณ์ เค้าถามอะไรกันบ้างเหรอ” เขาเรียกว่า ‘อัฐยายซื้อขนมยาย’ ครับ

          “เอ ก็ถามชื่อ ถามความชอบอะไรแบบนี้แหละจ้ะ” ได้อัฐมาจากยาย

          “งั้นเท็นชอบอะไรล่ะ” ก็เอาไปซื้อขนมยาย

          “เยอะเลย ก็พวกหนังสือ เกม ขนม สัตว์ตัวน้อย ๆ เพลงไรงี้... เราเล่นเกมเก่งนะจะบอกให้” พี่เท็นยิ้มยิงฟันมั่นอกมั่นใจ

          “งั้นเล่นเกมด้วยกันไหม... เท็นเล่นเกมออนไลน์อะไรบ้าง” ผมยิ้มถาม เล่นเกมเล่นคนเดียวไม่สนุกเท่าเล่นหลายคนครับ สำหรับผมน่ะนะ เธอเริ่มไล่เกมที่เล่นอยู่ช่วงนี้ให้ฟัง แล้วบทสนทนาของเกมเมอร์ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

          เราคุยเรื่องเกมกันอย่างออกรสชาติ พี่เท็นเล่นเกมหลากหลายและเยอะกว่าผมเสียอีก ผมว่าเธอคงจะเล่นเกมเก่งอย่างที่ว่า ข้อมูลงี้แน่นเปรี๊ยะ ถามได้ตอบได้ยิ่งกว่าอับดุล เราคุยกันแต่เรื่องเกมจนลืมเรื่องอื่น ๆ ไปเสียสนิท มารู้ตัวอีกทีก็เกือบหมดเวลาแล้ว ผมเลยย้ายมาเข้าคำถามสำคัญเลย